เมื่อคิดว่าโลกหันหลังให้
posted on 17 Oct 2007 14:52 by porrama
เรื่อง ฐิตินาถ ณ พัทลุง thelifecompass@yahoo.com
ภาพประกอบ :สุพรทิพย์ ช่วงรังษี
สวัสดีครับ พี่ฐิตินาถ
ผมเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งจะได้อ่าน"เข็มทิศชีวิต"ของพี่วันนี้
ในวันที่ผมร้องไห้กับความทุกข์ของ ตัวเอง แต่ผมอยากจะบอกพี่ว่า
ข้อความจากหนังสือของพี่
มันได้กลายมาเป็นสิ่งที่เตือนใจให้ผมได้กลับมานั่งดูใจของตัวเองในวันนี้
วันที่เหมือนโลกทั้งโลกหันหลังให้เรา คนที่เรารัก สร้างชีวิต
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันจากไป งานที่เราสร้าง รักตั้งใจ ภูมิใจ พังทลาย
เพื่อนที่เคยตายแทนกันได้กลับแทงเราข้างหลัง
ผมพยายามรู้ทันใจตามที่พี่แนะนำ แต่ผมมีข้อสงสัยอยากขอคำแนะนำ เพื่อจะได้จัดการกับเรื่องที่ผ่านเข้ามาอย่างมีสติ
1. ผมสังเกตว่าบางครั้งเวลาที่เราคิด แค้น เจ็บปวด
พอเรารู้ว่าเรากำลังรู้สึกแบบนั้นมันเหมือนความทุกข์มันหายไป
มันเป็นการเก็บกดความรู้สึกกลับเข้าไปข้างในหรือเปล่าครับ
2. เวลาที่เราคิดถึงคนที่เรารัก มันจะคิดเสียใจแทบทุกนาที พอดูไปเพียงครู่เดียว เดี๋ยวความคิดก็กลับมาใหม่อีก เหมือนเราเป็นคนบ้า
3. จากที่เคยมั่นใจ กลายเป็นรู้สึกกลัว ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ในเรื่องงาน
มันกลัวผิดพลาดไปหมด เราจะรู้ได้ยังไงว่า
ความกลัวไม่แน่ใจอันนี้ถูกต้องแล้ว หรือควรตั้งใจสู้กับมันเต็มที่
4. ผมอยากอ่านหรือฟังธรรมะที่สอนเรื่องการรู้ทันใจตัวเอง
แบบในเข็มทิศชีวิต ไม่อยากอ่านทฤษฎีหนักๆ เพราะตอนนี้จิตใจผมยังไม่พร้อม
พี่มีหนังสือหรือ Website ธรรมะดีๆ แนะนำไหมครับ ผมไม่มีเวลาไปฝึกหลายๆ
วัน พี่ฐิตินาถไปเรียนที่ไหน ที่ไม่ต้องไปค้างบ้างครับ
สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณพี่อย่างมากที่ในวันนี้หนังสือของพี่เป็นเครื่องช่วยให้ผมหยุดร้องไห้ รอวันที่โลกเป็นมิตรกับผมอีกที
สวัสดีค่ะ
จะรู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ยคะ ถ้าจะบอกว่าวันนี้มีจดหมายใน Mail Box อีกนับพันฉบับที่โลกหันหลังให้ และกำลังร้องไห้กับความทุกข์ของตัวเอง
ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกค่ะ ที่ความทุกข์ไล่ตามขย้ำจนเจียนตาย
อันที่จริงพวกเราทุกคนโดนความทุกข์วิ่งไล่ขย้ำอยู่ทุกวัน
เพียงแค่ช่วงไหนเบาบาง ห่างไปหน่อย เราก็รู้สึกมีความสุขอยู่สักครู่หนึ่ง
คุณยังโชคดีที่เมื่อเจอความทุกข์แล้วหาทางออกถูกทาง
ทางเลือกที่จะหนีความทุกข์ชั่วคราวมีมากมาย
แต่ทางรอดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมีทางเดียว คือขจัดความทุกข์ที่ต้นเหตุ
ต้นเหตุของความทุกข์มีนิดเดียว คือความเห็นผิด
ยึดถือว่าร่างกายจิตใจนี้เป็นตัวเรา อยากให้ตัวนี้มีความสุข
ก็ดิ้นรนพยายามทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้ตัวนี้ต้องกระทบกระเทือน
เมื่อคนคนหนึ่งทดลองมาศึกษาเฝ้าสังเกตร่างกายและจิตใจตัวเอง
จะพบความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจิตใจทำงานเองตลอดเวลา ไม่อยากคิดก็คิด
ไหลไป ไหลมา ทุกเสี้ยววินาที ไม่ใช่อะไรที่บังคับได้เลย
ในขั้นต้นก็จะเริ่มเห็นว่าทุกความรู้สึก
มีแล้วก็หายไป เป็นของชั่วคราว ความยึดถือในความรู้สึกก็จะเบาบางลง
ทุกข์น้อยลงเหมือนที่คุณได้เห็น
ถ้าคุณรู้สึกกลัว ไม่มั่นใจ ก็รู้ทันมัน เหมือนที่รู้ความรู้สึกอื่น
ความกลัวจะหายไปเป็นขณะๆ ใจจะค่อยๆ มั่นคงเป็นกลาง
เอาไปใช้แก้ปัญหาทุกอย่างได้
อันที่จริง ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ทางแก้รวมลงทีเดียว
คือคอยรู้ทันใจตัวเองทีละขณะๆ เราจะเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยสติและปัญญา
ไม่ใช่ด้วยกิเลสที่จะสร้างปัญหามากขึ้น
หนังสือที่สอนเรื่องการรู้ทันใจ ส่วนใหญ่พิมพ์แจกกันในหมู่เล็กๆ
ลองดูหนังสือ "วิถีแห่งความรู้แจ้ง" โดยพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช
จัดพิมพ์และจำหน่ายเพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่ให้คนทั่วไป
โดยสำนักพิมพ์พรีมา พับลิชชิ่ง (โทร. (02) 717-5111)
หรือถ้าสะดวกลองไปดูที่ www.geocities.com/tanarlp หรือ www.wimutti.net
วันนี้ 9 ปีผ่านไป ดิฉันยังรู้สึกเสมอว่า
วันที่เราคิดว่าเป็นวันที่โลกเหยียบเราจมดิน
แท้ที่จริงกลับเป็นวันเริ่มต้นของสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตต่างหาก
ความสุข สงบ ศานติ รุ่งเรือง อยู่ตรงหน้าเราทุกคน รอให้เราเข้าไปสัมผัสถึงรอยยิ้มของโลก รอคุณอยู่มุมใดมุมหนึ่งเสมอ เอาใจช่วยค่ะ
จาก หนังสือIMAGE เดือน มิถุนายน 2549
ที่มา : http://jaotualek.blog.com//IMAGE+June+'06/






รักคุณที่สุดเลย
#1 By P O R on 2007-10-17 21:56